KING PILOT
หน้าแรกบทความ › บริหารความเสี่ยง

SL ที่มีเหตุผล vs SL ที่ตั้งตามใจ

บริหารความเสี่ยง

SL ไม่ใช่ "จุดที่ฉันยอมเสียเท่านี้" แต่คือ "จุดที่ถ้าราคาไปถึง แปลว่าเหตุผลที่ฉันเข้าไม้นี้ไม่จริงแล้ว"

ความต่างนี้คือทุกอย่าง

SL ที่ตั้งตามใจ

"ฉันยอมเสีย 300 บาท เอาล่ะ วาง SL ห่าง 3 ดอลลาร์แล้วกัน"

ปัญหาคือตลาดไม่รู้ว่าคุณยอมเสียเท่าไหร่ ถ้าโครงสร้างราคาบอกว่าจุดที่คุณคิดผิดอยู่ห่าง 5 ดอลลาร์ การวาง SL ที่ 3 แปลว่าคุณจะโดนเขี่ยออกก่อน แล้วราคาก็วิ่งไปทางที่คุณคิดไว้ตั้งแต่แรก

เจ็บสองต่อ: เสียเงิน แล้วยังต้องมองราคาวิ่งไปโดยไม่มีเรา

SL ที่มีเหตุผล

หาจุดบนกราฟที่ "ถ้าราคาผ่านตรงนี้ไป ความคิดของฉันผิด"

แล้วค่อยคำนวณ Lot ให้ระยะนั้นเท่ากับ % ที่ยอมเสี่ยง

เปรียบเทียบ Stop Loss ที่ตั้งตามจำนวนเงิน กับ Stop Loss ที่ตั้งตรงจุดซึ่งไอเดียเทรดไม่เป็นจริงแล้ว
เปรียบเทียบ Stop Loss ที่ตั้งตามจำนวนเงิน กับ Stop Loss ที่ตั้งตรงจุดซึ่งไอเดียเทรดไม่เป็นจริงแล้ว
กราฟทองคำกรอบ 1 ชั่วโมง — เส้นประแดงคือแนวต้าน เส้นประเขียวคือแนวรับ จุดพวกนี้คือที่ที่ SL ควรอยู่ ไม่ใช่ระยะที่เราคิดเอาเอง
กราฟทองคำกรอบ 1 ชั่วโมง — เส้นประแดงคือแนวต้าน เส้นประเขียวคือแนวรับ จุดพวกนี้คือที่ที่ SL ควรอยู่ ไม่ใช่ระยะที่เราคิดเอาเอง

เผื่อระยะให้ไส้เทียน

วาง SL ชิดจุดต่ำสุดเป๊ะๆ อันตราย เพราะราคามักแกว่งลงไปแตะแล้วเด้งกลับ

เผื่อระยะไว้เล็กน้อย และเผื่อค่า spread ด้วย เพราะตอนราคาลงมาโดน SL โบรกใช้ราคาอีกฝั่งหนึ่ง

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ห้ามขยับ SL ให้ไกลขึ้นตอนกำลังขาดทุน

การขยับ SL หนีคือการเปลี่ยนไม้ที่ขาดทุนตามแผน ให้กลายเป็นไม้ที่ขาดทุนไม่จำกัด นี่คือวิธีล้างพอร์ตที่พบบ่อยที่สุด

ถ้ารู้สึกว่าอยากขยับ SL แปลว่าคุณตั้ง SL ผิดตั้งแต่แรก หรือเปิดไม้ใหญ่เกินไป — จดไว้ในบันทึกการเทรด แล้วแก้ที่ไม้ถัดไป ไม่ใช่ที่ไม้นี้

แล้วเทรดไม่มี SL ได้ไหม

ไม่ได้ เราทดสอบมาแล้วกับระบบกริดที่ไม่มี SL ผลคือ ล้างพอร์ต 25% ของสัปดาห์ที่ทดสอบ ทั้งที่ใส่และไม่ใส่ตัวกรองแนวโน้ม

ไม่มี SL ไม่ได้แปลว่าไม่ขาดทุน แปลว่าขาดทุนทั้งหมดในครั้งเดียว

เรียนเป็นระบบใน Masterclass 15 Levels

ไล่จากพื้นฐานจนสร้างระบบเทรดของตัวเอง มีแบบฝึก Quiz และ Workshop ทุก Level เรียนฟรี

ดู Roadmap
← Risk : Reward และอัตราชนะขั้นต่ำที่ต้องได้Break-even และ Trailing Stop ใช้เมื่อไหร่ →