KING PILOT
หน้าแรกบทความ › บริหารความเสี่ยง

Break-even และ Trailing Stop ใช้เมื่อไหร่

บริหารความเสี่ยง

สองเครื่องมือนี้ช่วยปกป้องกำไรที่มีอยู่ แต่ถ้าใช้ผิดจังหวะจะทำให้คุณได้กำไรน้อยลงทุกไม้

Break-even คือเลื่อน SL มาที่จุดเข้า

พอราคาวิ่งมาทางเราพอสมควร เลื่อน SL ขึ้นมาที่ราคาที่เราเข้า ทำให้ไม้นี้แย่ที่สุดคือเสมอตัว

ฟังดูดีมาก แต่มีราคาที่ต้องจ่าย

ปัญหาของการเลื่อนเร็วเกินไป

ราคาไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรง มันวิ่งไปแล้วย่อกลับมาเป็นปกติ

ถ้าคุณเลื่อน SL มา break-even ทันทีที่กำไรนิดเดียว ราคาย่อกลับมาแตะจุดเข้าแล้วค่อยวิ่งต่อ — คุณจะถูกเขี่ยออกที่เสมอตัวแล้วต้องมองราคาไปถึง TP โดยไม่มีเรา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผลระยะยาวคือ ไม้ที่ควรจะกำไรเต็มกลายเป็นเสมอตัวจำนวนมาก แต่ไม้ที่ขาดทุนยังขาดทุนเต็มเหมือนเดิม ค่าคาดหวังต่อไม้ลดลง ทั้งที่รู้สึกว่ากำลังบริหารความเสี่ยงอยู่

จังหวะที่เหมาะกว่า

เลื่อนมา break-even เมื่อ:

ไม่ใช่เลื่อนเพราะ "เริ่มกำไรแล้ว กลัวมันกลับ"

Timeline การจัดการออเดอร์ตั้งแต่เปิด จนถึง Break-even และ Trailing Stop
Timeline การจัดการออเดอร์ตั้งแต่เปิด จนถึง Break-even และ Trailing Stop

Trailing Stop คือ SL ที่ไล่ตามราคา

ราคาวิ่งไปเท่าไหร่ SL ตามไปเท่านั้น รักษาระยะห่างคงที่ ใช้ดีกับเทรนด์ที่วิ่งยาว

แต่ใช้ไม่ดีกับตลาดที่แกว่งไปมาในกรอบ เพราะจะโดนเขี่ยออกกลางทางตลอด

กฎที่แนะนำสำหรับมือใหม่

  1. ช่วงแรก ใช้ SL กับ TP คงที่ไปก่อน ไม่ต้องขยับอะไรเลย
  2. บันทึกผลสัก 50 ไม้ แล้วค่อยดูว่า ถ้าเลื่อน break-even จะได้ผลดีขึ้นหรือแย่ลง
  3. เปลี่ยนทีละอย่าง แล้ววัดผล ไม่ใช่เปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน
เช็กลิสต์สามข้อที่ต้องตอบก่อนเลื่อน Stop Loss
เช็กลิสต์สามข้อที่ต้องตอบก่อนเลื่อน Stop Loss

หมวดที่ 6 จะสอนวิธีวัดว่าการเปลี่ยนแต่ละอย่างทำให้ดีขึ้นจริงหรือแค่รู้สึกว่าดีขึ้น

เรียนเป็นระบบใน Masterclass 15 Levels

ไล่จากพื้นฐานจนสร้างระบบเทรดของตัวเอง มีแบบฝึก Quiz และ Workshop ทุก Level เรียนฟรี

ดู Roadmap
← SL ที่มีเหตุผล vs SL ที่ตั้งตามใจDaily Loss Limit และ Max Drawdown — กฎหยุดตัวเอง →